| ||||||||||||||||||||||||||
GoogleCyberSearch
Shared Items
Labels
- ႐ႊင္ျမဴးစရာ (3)
- Agri and Fishery (11)
- Art and Literature (2)
- Dhamma - Beliefs (7)
- Earth-Weather-Travel (8)
- Economy-Business-Finance (22)
- Energy (4)
- Fun/Humor (10)
- General (1)
- Health (3)
- History - Politics (11)
- Ideas - Opinions (6)
- IT (22)
- Life Style (7)
- Local (21)
- Society - Community (1)
- Technology (14)
- Travel (4)
- การเกษตร (2)
- ขำขัน (8)
- ท่องเทียว (4)
- เทคโนโลยี (11)
- เทคโนโลยี-วิทยาศาสตร์ (3)
- ธุรกิจ (4)
- บ้า้นและครอบครัว (1)
- ประวัติศาสตร์ (2)
- ปรัชญา - ธรรมะ (10)
- พม่า (11)
- พลังงาน (5)
- ระีนอง - เกาะสอง (25)
- เศรษฐกิจ (10)
- สังคม (9)
- สัตว์น้ำและอาหารทะเล (10)
- สุขภาพ - อาหาร (12)
- ကမၻာေျမ (2)
- က်န္းမာေရး (8)
- ခရီးသြားျခင္း (5)
- စားဝတ္ေနေရး (8)
- စာေပ၊ ယဥ္ေက်းမႈ (5)
- စီးပြား၊ကုန္သြယ္ (32)
- စုိက္ပ်ဳိးေရး (6)
- ဓမၼ - ဂမၺီရ (5)
- မိုးေလဝသ (1)
- ျပည္ျမန္မာ (13)
- လူမႈဘဝ (8)
- သိပၸံႏွင္႔နည္းပညာ (16)
- သီခ်င္းမ်ား (2)
- အေတြးအျမင္ (6)
- အေထြေထြ (8)
- ေဒသသတင္း (24)
- ေရလုပ္ငန္း (14)
- ႏိုင္ငံေရး (11)
Vistors Stats
Friday, September 19, 2008
10 สุดยอดสิ่งประดิษฐ์ของดาวินชี
Labels: เทคโนโลยี-วิทยาศาสตร์
Thursday, September 18, 2008
หมู่เลือดบอกนิสัย
มาแล้วๆ หมู่เลือดบอกนิสัย ฉบับการ์ตูนฮาๆ กลับมาสร้างเสียงหัวเราะอีกครั้ง พร้อมกับสาระดีๆ ที่แฝงเอาไว้ โดยมาคราวนี้ใช้ชื่อตอนว่า "การผูกมิตร" ... นั่นแน่! อยากรู้แล้วใช่ไหมล่ะว่าแต่จะหมู่เลือดจะผูกมิตรอย่างไร และหมู่เลือดไหนต้องใช้วิธีอะไรบ้าง ถ้างั้นอย่ารอช้าตามเข้ามาอ่าน หมู่เลือดบอกนิสัย ฉบับการ์ตูนฮาๆ ตอน การผูกมิตร ได้เลย...
Labels: ขำขัน
ကုန္တင္စက္ေလွမီးေလာင္ သိန္းေထာင္ခ်ီ ဆံုး႐ႈံး
ခ်င္းမိုင္။ ။ ျမန္မာႏိုင္ငံ ေတာင္ပိုင္း၊ တနသၤာရီတိုင္း ေကာ့ေသာင္းၿမ့ဳိနယ္ ဆိပ္ကမ္းတခုတြင္ ကုန္ပစၥည္းမ်ား တင္ေဆာင္ထားသည့္ စက္ေလွတစင္း ဝါယာေရွာ့ျဖစ္ရာမွ မီးေလာင္မႈ ျဖစ္ပြားရာ ကာလေပါက္ေစ်း ျမန္မာက်ပ္ေငြတန္ဘိုး သိန္းေထာင္ခ်ီခန္႔ ဆံုး႐ႈံးသြားေၾကာင္း သိရသည္။
ေကာ့ေသာင္းၿမ့ဳိ ႏွင့္ ထားဝယ္ၿမ့ဳိတို႔ အၾကား ကုန္ပစၥည္းမ်ား တင္ေဆာင္ေပးေနသည့္ "ေအာင္ေကာင္းျမတ္" အမည္ရွိ စက္ေလွတစီး ေကာ့ေသာင္းၿမ့ဳိနယ္ ေ႐ႊစင္ေယာ္ ရပ္ကြက္ရွိ ဆိပ္ကမ္းတြင္ ယမန္ေန႔ ည ၇း၃ဝ နာရီခန္႔တြင္ စက္ေလွမွ ေရစုပ္ထုတ္ရန္ စက္ႏိုးရာမွ ဝါယာေရွာ့ျဖစ္ၿပီး မီးေလာင္မႈျဖစ္ပြားခဲ့ရာ ျမန္မာက်ပ္ေငြ တန္ဘိုး ခန္႔မွန္းေခ် သိန္း ၆ ေထာင္ေက်ာ္ ဆံုး႐ႈံးသြားျခင္း ျဖစ္ေၾကာင္း ေဒသခံမ်ားက ေျပာသည္။
"က်ေနာ္တို႔ဆီမွာ ဒီမနက္ သတင္းထြက္ေနတာကေတာ့ ေရစုပ္ဖို႔ စက္ႏိုးရာကေနၿပီးေတာ့ ဝိုင္ယာ ေရွာ့ျဖစ္တယ္လို႔ ေျပာေနၾကတယ္။ အဲဒီကေနျဖစ္ၿပီးေတာ့ မီးေလာင္တယ္" ဟု အမည္မေဖာ္လိုသူ ေကာ့ေသာင္းၿမ့ဳိ ေဒသခံတဦးက မဇၩိမကိုေျပာသည္။
စက္ေလွ မီးေလာင္မႈ ျဖစ္ပြားၿပီး နာရီဝက္ခန္႔အၾကာတြင္ ေဒသခံမ်ားက အနီးအနားရွိ က်န္ရွိသည့္ စက္ေလွမ်ား မီးေလာင္မည္စိုးရိမ္သျဖင့္ စက္ေလွအား တဖက္ကမ္းရွိ ဘဝကၽြန္းတြင္ သီးျခားဆြဲထုတ္ကာ မီးေလာင္ေစခဲ့ၿပီး ယေန႔နံနက္ ၁ဝးဝဝ နာရီခန္႔တြင္ မီးေလာင္ရာမွ ကြဲသြားသည့္ စက္ေလွဝမ္းထဲ ျမစ္ေရမ်ား ဝင္ေရာက္ခဲ့သည့္အတြက္ မီးၿငိမ္းသြားခဲ့ျခင္း ျဖစ္သည္။
အခင္းျဖစ္ပြားရာသို႔ သြားေရာက္ ၾကည့္႐ႈခဲ့သည့္ မ်က္ျမင္သက္ေသ တဦးက "ျပည္သူေတြ ဝိုင္းၿပီးေတာ့ မီးၿငိမ္းလုပ္ဖို႔ ေနေနသာသာ၊ အဲဒီနာမွာ ရွိတဲ့ ေလွေတြေတာင္ ျပန္မေလာင္တာ ကံေကာင္း။ စက္ေလွမွာက ဆီေပပါ ပါေတာ့ ဝုန္းဝုန္းနဲ႔ ေပါက္တာကုိး။ ေပါက္ေတာ့ ခ်က္ခ်င္းပဲ ဆြဲထုတ္သြားလိုက္တယ္" ဟု သူကေျပာသည္။
မီးေလာင္မႈေၾကာင့္ စက္ေလွေမာင္း သူမွာ ဒဏ္ရာ ျပင္းထန္စြာ ရရိွၿပီးေနာက္ ေသဆံုးခဲ့သည္ဟု ေဒသခံမ်ားအၾကား သတင္းမ်ား ထြက္ေပၚေနေသာ္လည္း မဇၩိမ အေနျဖင့္ သီးျခား အတည္ျပဳ မေျပာဆိုႏိုင္ေသးပါ။
မီးေလာင္မႈ ျဖစ္ပြားခဲ့သည့္ စက္ေလွတြင္ ဆီ (ဓါတ္ဆီ ေပပါ ) ၊ ဘိလပ္ေျမ၊ ဆားအိတ္မ်ား အျပင္ အျခားကုန္ပစၥည္းမ်ားလည္း မီးေလာင္ကၽြမ္းခဲ့သည့္အတြက္ ဆံုး႐ႈံးမႈပမာဏ မ်ားေၾကာင္း ေဒသခံမ်ားက ေျပာသည္။
အလားတူ စက္တင္ဘာလ ၉ ရက္ေန႔တြင္ ထုိင္းႏိုင္ငံ ရေနာင္းၿမ့ဳိသို႔ ပင္လယ္ထြက္ ပစၥည္းမ်ားျဖစ္သည့္ ငါး၊ ပုဇြန္မ်ားကုိ ေရာင္းခ်ၿပီးအျပန္ ေကာ့ေသာင္း ဆိပ္ကမ္း အနီးတြင္ ကုန္တင္ကုန္ခ် ျပဳလုပ္ေနစဥ္ ေဆးလိပ္မီးမွ တဆင့္ မီးေလာင္မႈျဖစ္ပြားခဲ့ရာ ကာလေပါက္ေစ်း ျမန္မာက်ပ္ေငြတန္ဘိုး သိန္းတေထာင္ေက်ာ္ မီးေလာင္ဆံုး႐ႈံးခဲ့သည္။
Labels: ေဒသသတင္း
Monday, September 15, 2008
ความดันโลหิตสูง
ความดันโลหิตสูง
source: Thai Heart Web ความรู้โรคหัวใจครบวงจร www.thaiheartweb.com
โรคความดันโลหิตสูง หรือ โรคแรงดันเลือดสูง ภาษาอังกฤษเรียก Hypertension ภาษาชาวบ้านเรียกง่ายๆว่า "โรคความดัน" ซึ่งเป็นโรคที่รู้จักกันมาก โรคหนึ่ง แต่เชื่อไหมครับ จากการศึกษาพบว่าชาวอเมริกันร้อยละ 68.4 เท่านั้นที่ทราบว่าตัวเองมี ความดันโลหิตสูง และมีเพียงร้อยละ 53.6 ที่รับการรักษา และในกลุ่มนี้มีเพียงร้อยละ 27.4 ที่สามารถควบคุมความดันโลหิตได้ดี นั่นเป็นสถิติต่างประเทศ สำหรับบ้านเรายังล้าหลังเรื่องข้อมูลพวกนี้อยู่มาก ผู้เขียนหวังว่าบทความนี้คงช่วยให้ผู้อ่านมีความเข้าใจ และ เห็นความสำคัญของการรักษาความดันโลหิตสูงมากขึ้น
ความดันโลหิตคืออะไร
ลองนึกภาพสายยางรดน้ำต้นไม้ มีน้ำไหลเป็นจังหวะการปิดเปิดของก๊อก เมื่อเปิดน้ำเต็มที่ น้ำไหลผ่านสายยาง ย่อมทำให้เกิดแรง ดันน้ำขึ้นในสายยางนั้น และเมื่อปิดหรือหรี่ก๊อก น้ำไหลน้อยลง แรงดันในสายยางก็ลดลงด้วย ระบบหัวใจและหลอดเลือด ก็เป็น ระบบไหลเวียนของเลือดทั่วร่างกาย โดยมีหัวใจ ทำหน้าที่คล้ายก๊อก หรือ ปั๊มน้ำ คอยสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย เลือดไหลแรงดี ความดันก็ดี หากหัวใจบีบตัวไม่ดี เลือดไหลอ่อน ความดันก็ลดลง นอกจาก นั้นแล้วความดันในหลอดเลือดยังขึ้นกับสภาพของ หลอดเลือดด้วย หากหลอดเลือดมีความยืดหยุ่นดี จะปรับความดันได้ดี ไม่ให้สูงเกินไป แต่หาก หลอดเลือดเสียความยืดหยุ่น หรือ แข็งตัว ก็จะทำให้ความดันเปลี่ยนแปลงไปด้วย
ค่าความดันโลหิตจะมีสองค่าเสมอ เรียกว่า ตัวบน และ ตัวล่าง ค่าแรกเป็นความดันโลหิตในหลอดเลือดที่เกิดขึ้นขณะที่หัวใจ บีบตัว ไล่เลือดออก จากหัวใจ ส่วนตัวล่างคือความดันของเลือดที่ยังค้างอยู่ในหลอดเลือดขณะที่หัวใจคลายตัว ผู้ป่วยความดัน โลหิตสูงควรจำค่าทั้งสองไว้ เพราะมีความสำคัญ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
ความดันโลหิตเท่าไรเรียกว่าปกติ
ปัจจุบันความดันโลหิตที่เรียกว่า เหมาะสม ในผู้ที่อายุมากกว่า 18 ปี คือ ตัวบนไม่เกิน 120 มม.ปรอท และตัวล่างไม่เกิน 80 มม.ปรอท เรียกสั้นๆว่า 120/80 ความดันโลหิตที่ "อยู่ในเกณฑ์ปกติ" คือ ต่ำกว่า 130/85 มม.ปรอท ความดันโลหิตสูงเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ คือ 130-139/85-89 มม.ปรอท จะเรียกได้ว่ามีความดันโลหิตสูงเมื่อ ความดันโลหิตตัวบนมากกว่า (หรือเท่ากับ) 140 และตัวล่างมากกว่า (หรือเท่ากับ) 90 มม.ปรอท อย่างไรก็ตามก่อน ที่จะเรียกว่าผู้ป่วยมีความดันโลหิตสูงได้นั้น แพทย์จะต้องวัดซ้ำหลายๆครั้ง หลังจากให้ผู้ป่วยพักแล้ว วัดซ้ำจนกว่าจะแน่ใจว่าสูงจริง และที่สำคัญเทคนิค การวัดต้องถูกต้องด้วย
| การจำแนก | ความดันโลหิต "ตัวบน" (มม.ปรอท) | ความดันโลหิต "ตัวล่าง" (มม.ปรอท) | |
| ความดันโลหิตที่เหมาะสม | < 120 | และ | < 80 |
| ความดันโลหิตปกติ | <130 | และ | <85 |
| ความดันโลหิตสูงเล็กน้อยแต่ยังปกติ | 130-139 | หรือ | 85-89 |
| ความดันโลหิตสูง | |||
| ระยะที่ 1 (อ่อน) | 140-159 | หรือ | 90-99 |
| ระยะที่ 2 (ปานกลาง) | 160-179 | หรือ | 100-109 |
| ระยะที่ 3 (รุนแรง) | > 180 | หรือ | > 110 |
การวัดความดันโลหิตที่ถูกต้องเป็นอย่างไร
เครื่องมือที่ใช้วัดความดันโลหิตที่เป็นมาตราฐานคือผ้าที่มีถุงลมพันที่แขน และ ใช้ปรอท ในขณะวัดความดันโลหิตผู้ถูกวัดความดัน โลหิตควรจะอยู่ ในท่านั่งสบายๆ วัดหลังจากนั่งพักแล้ว 5 นาที ไม่วัดหลังจากดื่มกาแฟ หรือ สูบบุหรี่ ขนาดของผ้าพันแขนก็ต้อง เหมาะสมกับแขนผู้ถูกวัดด้วย หากอ้วนมากแล้วใช้ผ้าพันแขนขนาดปกติ ค่าที่ได้จะสูงกว่าความเป็นจริง การปล่อยลมออกจาก ที่พันแขนก็มีความสำคัญอย่างมาก และ เป็นที่ละเลย กันมากที่สุด คือจะต้องปล่อยลมออกช้าๆ ไม่ใช่ปล่อยพรวดพราดดังที่เห็น หลายๆแห่งทำอยู่ การทำเช่นนั้นทำให้ได้ค่าที่ผิดไปจากความเป็นจริงมาก เครื่องวัดความดันก็ต้องได้มาตราฐาน ไม่ใช่เครื่องเก่า มากหรือมีลมรั่ว เป็นต้น ตำแหน่งของเครื่องวัดก็ควรอยู่ระดับเดียวกับหัวใจ และต้องวัดซ้ำๆ เพื่อหาค่าเฉลี่ย
ปัจจุบันมีเครื่องมือที่ออกแบบมาให้วัดความดันโลหิตได้ง่ายและสะดวกขึ้น โดยผู้วัดไม่จำเป็นต้องมีความรู้เลย เพียงแค่ใส่ถ่าน พันแขนและกดปุ่ม เครื่องจะวัดให้เสร็จ อ่านค่าเป็นตัวเลข เครื่องแบบนี้มีขายตามศูนย์การค้าทั่วไป โดยทั่วไปแล้วใช้งานได้ดี (แบบพันแขน) แต่ก็ต้องนำเครื่องมา ตรวจสอบความถูกต้องเป็นครั้งคราว ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงควรมีเครื่องชนิดนี้ไว้วัดที่บ้านด้วย ในอนาคตเครื่องวัดความดันโลหิตแบบปรอทอาจจะเลิกใช้ ส่วนหนึ่งเนื่องจากผลทางสิ่งแวดล้อม(ปรอทเป็นสารอันตราย) และ อีกเหตุผลหนึ่งคือใช้เทคนิคมากในการวัดให้ถูกต้อง
ความรู้ปัจจุบันพบว่าการวัดความดันโลหิตที่ดีที่สุดคือการวัดความดันโลหิตตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งหลับและตื่น เพื่อดูแบบแผน ว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร และหาค่าเฉลี่ยความดันโลหิตของช่วงกลางวันและกลางคืน ค่าที่ถือว่าปกติโดยการวัดความดันโลหิต 24 ชั่วโมงนี้ คือ ขณะตื่นความดันโลหิตเฉลี่ยควร น้อยกว่า 135/85 มม.ปรอท และเมื่อหลับความดันโลหิตเฉลี่ยควรน้อยกว่า 120/75 มม.ปรอท
ข้อที่ควรทราบบางประการเกี่ยวกับความดันโลหิต
ประการแรกคือความดันโลหิตเป็นค่าไม่คงที่ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทุกวินาที จึงไม่แปลกที่วัดซ้ำในเวลาที่ใกล้เคียงกัน แล้วได้คนละค่า แต่ก็ไม่ควรจะแตกต่างกันนัก ความดันโลหิตยังขึ้นกับท่าของผู้ถูกวัดด้วย ท่านอนความดันโลหิตมักจะสูงกว่าท่ายืน นอกจากนั้นแล้ว ยังขึ้นกับ สิ่งกระตุ้นต่างๆ เช่น อาหาร บุหรี่ อากาศ กิจกรรมที่ทำอยู่ รวมทั้งจิตใจด้วย
ประการต่อมาคือภาวะความดันโลหิตสูงปลอม หมายความว่าจริงๆแล้วผู้ป่วยไม่ได้มีความดันโลหิตสูง แต่ด้วยเหตุผลใดไม่ทราบ เมื่อมาวัดความดันโลหิต ที่คลินิกแพทย์หรือโรงพยาบาล จะวัดได้สูงกว่าปกติทุกครั้ง แต่เมื่อวัดโดยเครื่องวัดความดันโลหิต 24 ชั่วโมงหรือวัดด้วยเครื่องอิเลคโทรนิคเองที่บ้าน กลับพบว่าความดันปกติ เรียกภาวะเช่นนี้ว่า White coat hypertension หรือ Isolated clinic hypertension กลุ่มนี้มีอันตรายน้อยกว่าความดันโลหิตสูงจริงๆ
ความดันโลหิตสูงเกิดจากอะไร และ มีอาการอย่างไร
จนถึงปัจจุบันนี้ความดันโลหิตสูงก็ยังเป็นโรคที่ไม่ทราบสาเหตุเป็นส่วนใหญ่ มีหลายปัจจัยมาเกี่ยวข้องทั้งพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม เช่น อาหารรสเค็ม เชื้อชาติ ส่วนน้อยเกิด (น้อยกว่าร้อยละ 5) จากความผิดปกติของหลอดเลือด ไตวาย หรือ เนื้องอกบางชนิด ความดันโลหิตสูงได้ชื่อว่าเป็นฆาตกรเงียบ เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มีอาการผิดปกติ ไม่ทราบว่าตัวเองมีความดันโลหิตสูง หรือ แม้จะทราบแต่ละเลยไม่สนใจรักษาเพราะรู้สึกปกติ สบายดี ทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่างๆตามมาภายหลัง ผู้ป่วยส่วนน้อยที่มี อาการปวดศีรษะ มึนศีรษะ
ทำไมต้องลดความดันโลหิต
การที่ปล่อยให้ความดันโลหิตสูงอยู่เป็นระยะเวลานาน จะทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของหลอดเลือดแดง โดยเฉพาะหลอดเลือด เลี้ยงสมอง ตา หัวใจ และไต จึงทำให้หลอดเลือดสมองแตก หรือ ตีบตัน เป็นอัมพาต ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ โรคหัวใจขาดเลือด ไตวายเรื้อรัง เป็นต้น นอกจากนั้นแล้วความดันโลหิตสูง ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น จนเกิดหัวใจโต กล้ามเนื้อหัวใจหนา ซึ่งไม่เป็นผลดีเลย อาจเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวหรือหัวใจวายตามมา เห็นได้ว่า การละเลย ไม่สนใจรักษาก็จะมีโทษต่อตนเอง ในอนาคต เป็นที่น่าเสียดายที่ผลแทรกซ้อนต่างๆเหล่านี้สามารถป้องกันได้โดยการควบคุมความดันโลหิต แม้จะไม่สามารถป้องกัน ได้ทั้งหมดก็ตาม ดังนั้นการรักษาความดันโลหิตสูงในวันนี้ ก็เพื่อที่จะลดโอกาสเกิดผลแทรกซ้อนร้ายแรงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น ในอนาคตลงให้มากที่สุดนั่นเอง
ข้อควรทราบเกี่ยวกับการรักษาความดันโลหิตสูง
- ความดันโลหิตสูงเป็นโรคที่ไม่ทราบสาเหตุ การรับประทานยาเป็นเพียงการรักษาที่ปลายเหตุ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องรักษาตลอดไป หากหยุดยา ความดันโลหิตอาจกลับมาสูงอีกได้
- เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มีอาการผิดปกติ แม้ความดันโลหิตจะสูงมากๆก็ตาม ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้อาการมาพิจารณาว่า วันนี้จะรับประทานยา หรือไม่ เช่น วันนี้สบายดีจะไม่รับประทานยาเช่นนั้นไม่ได้
- การรักษาความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติตลอดเวลาเป็นระยะเวลานาน จะช่วยลดโอกาสเกิดโรคแทรกทางสมอง หัวใจ ไต และหลอดเลือดได้
- การรักษาแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การไม่ใช้ยา กับการใช้ยา การไม่ใช้ยาหมายถึงการลดน้ำหนัก ออกกำลังกายสม่ำเสมอ งดบุหรี่ และหลีกเลี่ยงอาหารเค็ม ในผู้ป่วยที่ความดันโลหิตสูงเล็กน้อย อาจเริ่มการรักษาโดยไม่ใช้ยา แต่หากมีปัจจัยเสี่ยงในการเกิด โรคหัวใจอยู่ด้วยก็อาจจำเป็นต้องใช้ยาร่วมด้วย
- ปัจจุบันมียาลดความดันโลหิตอยู่หลายกลุ่ม กลไกการออกฤทธิ์แตกต่างกันไป ราคาก็ต่างกันมาก ตั้งเม็ดละ 50 สตางค์ ถึง 50 บาท ยาลดความดัน โลหิตที่ดี ควรจะออกฤทธิ์ช้าๆ ไม่ทำให้ความดันโลหิตแกว่งขึ้นลงมากจนเกินไป สามารถควบคุมความดัน โลหิตได้ดีตลอด 24 ชั่วโมง โดยการรับประทาน เพียงวันละ 1 ครั้ง มีผลแทรกซ้อนน้อย แต่น่าเสียดายว่ายังไม่มียาใดที่วิเศษ ขนาดนั้น ยาทุกตัวล้วนก็มีข้อดี ข้อด้อย และ ผลแทรกซ้อนทั้งสิ้น อย่าลืมว่า การปล่อยให้ ความดันโลหิตสูงอยู่นานๆ ก็เป็นผลเสีย ร้ายแรงเช่นกัน จึงควรติดตามการรักษาโดยการวัดความดันโลหิตสม่ำเสมอ ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง หากมี ผลแทรกซ้อน ควรปรึกษาแพทย์ท่านเดิมเพื่อปรับเปลี่ยนยา ไม่ควรเปลี่ยนแพทย์ไปเรื่อยๆ เพราะทำให้การรักษาไม่ต่อเนื่อง
- การรักษาความดันโลหิตสูงในผู้ป่วยสูงอายุเป็นเรื่องที่สำคัญ และจำเป็นต้องรักษา แต่ต้องรักษาด้วยความระมัด ระวังอย่างยิ่ง เนื่องจากหากลด ความดันโลหิตมากเกินไป ก็อาจเกิดผลเสียขึ้นได้
- นอกจากการรับประทานยาแล้ว การควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้ผ่องใส งดอาหารเค็ม ก็จะช่วยให้ ควบคุมความดันโลหิต ได้ดียิ่งขึ้น
โรคความดันโลหิตต่ำเป็นอย่างไร รักษาโดยดื่มเบียร์จริงหรือ
ความจริงแล้วไม่มี โรคความดันต่ำ มีแต่ภาวะความดันโลหิตต่ำที่เกิดขึ้นเนื่องจากร่างกายขาดสารน้ำ เช่น ท้องเสีย อาเจียน เสียเลือด อากาศร้อนจัด หรือจากยาบางชนิด ความดันโลหิตที่วัดได้ 90/60 มม.ปรอท ไม่ได้หมายความว่าเป็นความดันโลหิต ที่ต่ำกว่าปกติ คนจำนวนมากมีความดันโลหิตขนาดนี้ โดยไม่มีอาการผิดปกติ อาการหน้ามืด เวียนศีรษะบ่อยๆ ที่คนส่วนใหญ่ คิดว่าเป็นจาก "ความดันต่ำ" นั้น อาจเกิดจากหลายสาเหตุ มักจะเกิดจากการ ขาดการออกกำลังกาย มากกว่าที่จะเกิดจากภาวะ ความดันโลหิตต่ำ การรักษาภาวะความดันโลหิตต่ำ ต้องรักษาที่สาเหตุ ไม่ใช่การดื่มเบียร์อย่างที่เข้าใจกัน
Labels: สุขภาพ - อาหาร
Fwd: [Cloud99] กล้วย..ธรรมดา แต่ไม่ธรรมดา (2)
|
- กล้วยมีธาตุโปแตสเซียมสูง แต่มีปริมาณเกลือต่ำ จึงเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิต เอฟดีเอหรือองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกายินยอมให้โฆษณาได้ว่ากล้วยเป็นผลไม้พิเศษ ช่วยลดอันตรายที่เกิดจากความดันโลหิตหรือโรคเส้นเลือดฝอยแตก
- จากการวิจัยที่ลงในวารสาร The New England Journal of Medicine ระบุว่าการรับประทานกล้วยเป็นประจำสามารถลดอันตรายที่เกิดกับเส้นโลหิตแตกได้ถึง 40%
- จากการสำรวจผู้ที่มีความทุกข์ซึ่งเกิดจากความซึมเศร้า หลายคนจะมีความรู้สึกที่ดีขึ้นมากหลังจากได้รับประทานกล้วย เพราะในกล้วยมีโปรตีนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ทริปโตฟาน เมื่อสารนี้เข้าไปในร่างกายจะถูกเปลี่ยนเป็นเซโรโทนิน ซึ่งเป็นตัวผ่อนคลายและปรับปรุงอารมณ์ให้ดีขึ้น คือทำให้เรารู้สึกมีความสุขเพิ่มขึ้นนั่นเอง
- ปริมาณเส้นใยและกากอาหารที่มีอยู่ในกล้วยช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติ และยังช่วยแก้ปัญหาโรคท้องผูกโดยไม่ต้องรับประทานยาถ่าย
- กล้วยเป็นอาหารที่ใช้ควบคุมการเกิดโรคลำไส้เป็นแผล เพราะเนื้อกล้วยมีความอ่อนนิ่มพอดี เป็นผลไม้ชนิดเดียวที่ทานได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องโรคลำไส้เรื้อรัง และกล้วยยังมีสภาพเป็นกลางไม่เป็นกรด ทำให้ลดการระคายเคืองและยังไปเคลือบผนังลำไส้และกระเพาะอาหารด้วย
- กล้วยมีสารลดกรดตามธรรมชาติที่มีผลต่อร่างกายของเรา ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับอาการเสียดท้อง ลองรับประทานกล้วยสักผล จะรู้สึกผ่อนคลายจากอาการเสียดท้องได้
- การรับประทานกล้วยเป็นอาหารว่างระหว่างมื้ออาหารจะช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเส้นเลือดให้คงที่ เพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึกไม่สบายในตอนเช้า
- วิธีหนึ่งที่จะแก้อาการเมาค้าง ก็คือการดื่มกล้วยปั่นกับนมและน้ำผึ้ง กล้วยจะทำให้กระเพาะอาหารสงบลง ส่วนน้ำผึ้งจะเป็นตัวช่วยเสริมปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือดที่หมดไป ในขณะที่นมก็ช่วยปรับระดับของเหลวในร่างกายของเรา
- ในกล้วยมีวิตามินบีสูงมาก ช่วยทำให้ระบบประสาทสงบลงได้ จากการศึกษาของสถาบันจิตวิทยาในออสเตรียพบว่า ความกดดันในที่ทำงานเป็นสาเหตุหนึ่งของการกินจุบกินจิบ เช่น ของหวานประเภทช็อคโกแล็ตและอาหารประเภททอดกรอบต่างๆ คนไข้ 5,000 คนในโรงพยาบาลต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นโรคอ้วน และส่วนใหญ่ทำงานภายใต้ความกดดันสูงมาก
- เพื่อหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารแบบไม่บันยะบันยังจนเป็นเหตุให้น้ำหนักเกิน เราจึงต้องควบคุมปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือด ด้วยการรับประทานอาหารว่างที่มีปริมาณคาร์โบโฮเดรตสูง เช่น รับประทานกล้วยทุก 2 ชั่วโมงเพื่อรักษาปริมาณน้ำตาลให้คงที่ตลอดเวลา กล้วยมีวิตามินบี 6 ซึ่งประกอบด้วยสารควบคุมระดับกลูโคสที่สามารถมีผลต่ออารมณ์ได้
| |
| ความเครียด โปแตสเซียมที่มี อยู่สูงมากในกล้วยจะช่วยให้เกิดความสมดุล เวลาที่เกิดอารมณ์เครียด อัตราการเผาผลาญพลังงานในร่างกายของเราจะขึ้นสูง และทำให้ระดับโปแตสเซียมในร่างกายของเราลดลง | ||
| |
| ความสับสนของอารมณ์เป็นครั้งคราว กล้วยสามารถช่วยในเรื่องของอารมณ์และความสับสนได้ เพราะ ในกล้วยมีสารตามธรรมชาติ ที่ชื่อว่า ทริปโตฟาน ซึ่งทำให้อารมณ์ดี | ||
| |
| การควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย กล้วยเป็นผลไม้ที่สามารถทำให้อุณหภูมิเย็นลงได้ ทั้งทางร่างกาย และจิตใจ โดยเฉพาะอุณหภูมิของอารมณ์ของคนที่เป็นแม่ คนโบราณจึงมักจะให้ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์รับประทานกล้วยทุกวันเพื่อให้แน่ใจว่าทารกที่จะเกิดมามีอุณหภูมิเย็น | ||
| |
| โรคหูด การรักษาหูดด้วยวิธีทางเลือกแบบธรรมชาติโดยการใช้เปลือกกล้วยวางปิดลงไปบนหูด แล้วใช้แผ่นปิดแผลหรือเทปติดไว้ ใครจะลองใช้วิธีนี้ดูก็ไม่น่าจะมีอันตราย | |
อย่างไรก็ตาม แม้ว่า "กล้วย" จะช่วยป้องกันและบรรเทาอาการผิดปกติบางอย่างของร่างกายได้ แต่ต้องไม่ลืมรักษาหรือแก้ไขที่ต้นเหตุของอาการป่วยก่อน แล้วจึงใช้กล้วยเป็นตัวช่วยค่ะ
Labels: สุขภาพ - อาหาร
Saturday, September 13, 2008
ပလတ္စတစ္အိတ္သြတ္ၿမိတ္ေဒၚလာ တနသၤာရီတုိင္းမွာတြင္က်ယ္
September 3rd, 2008 ref from http://komyo.burmachannel.com
NEJ/ ၂ စက္တင္ဘာ ၂၀၀၈
စစ္အစိုးရထုတ္ေဝထားသည့္ ေငြအေႂကြစကၠဴ ရွားပါးမႈေၾကာင့္ တနသၤာရီတိုင္းရွိ ၿမိတ္၊ ပုေလာႏွင့္ ၿမိဳ႕အခ်ဳိ႕တြင္ ၿမိတ္ေဒၚလာဟုေခၚဆိုေသာ ျပဳျပင္ထားသည့္ ေငြစကၠဴမ်ားကို တြင္တြင္က်ယ္က်ယ္ အသံုးျပဳေနၾကေၾကာင္း ၿမိဳ႕ခံမ်ားက ေျပာသည္။
ၿမိဳ႕ခံတဦးက “ၿမိတ္ေဒၚလာဆိုေပမယ့္ အေထြအထူးေတာ့ မဟုတ္ပါဘူး။ စုတ္ၿပဲ ေဟာင္းႏြမ္းေနတဲ့ (၁ဝ) က်ပ္၊ (၂ဝ) က်ပ္၊ (၅ဝ) က်ပ္၊ (၁ဝဝ) က်ပ္နဲ႔ (၂ဝဝ) က်ပ္တန္ ေငြစကၠဴေတြကို ပလတ္စတစ္အိတ္ အၾကည္ေလးထဲမွာထည့္၊ မီးနဲ႔ ပိတ္ထားတဲ့ ေငြေတြကို သံုးစဲြေနၾကတာပါ။ ဘယ္သူက စလိုက္တာ မသိေပမယ့္ ခုေတာ့ ၿမိတ္နဲ႔ အျခားၿမိဳ႕ အေတာ္ မ်ားမ်ားမွာ တြင္တြင္က်ယ္က်ယ္ သံုးေနၾကၿပီ။ ပလတ္စတစ္အိတ္ထဲ ထည့္ထားတဲ့ ေငြစကၠဴ ဘယ္ေလာက္စုတ္စုတ္ လူေတြက နားလည္မႈရွိရွိနဲ႔ ယူၾကတယ္” ဟု ေျပာသည္။
ယခုကဲ့သုိ႔ ပလတ္စတစ္အိတ္သြတ္ ေငြစကၠဴမ်ား မသံုးစဲြခင္က ၿမိတ္ၿမိဳ႕တြင္ ေစ်းဝယ္ၿပီး အေႂကြျပန္အမ္းရန္မရွိပါက သၾကားလံုး၊ ေဆးလိပ္၊ တစ္သွ်ဴးစကၠဴ စသည္တုိ႔ျဖင့္ ေပးေခ်ေၾကာင္း၊ ဟင္းသီးဟင္းရြက္သည္က ဟင္းသီးဟင္းရြက္၊ ကုန္ေျခာက္ဆိုင္က မဆလာ၊ င႐ုပ္သီး စသည္တို႔ျဖင့္ ေပးေခ်သည့္အတြက္ မလိုခ်င္ေသာ္လည္း ယူေနရသျဖင့္ ေငြကုန္ေၾကးက်မ်ားေၾကာင္း၊ ေငြစကၠဴအစုတ္မ်ားကို ဘဏ္မ်ားက လဲမေပးဘဲ အသစ္လည္း မထုတ္ေသာေၾကာင့္ စုတ္ျပတ္ေဟာင္းႏြမ္းေနသည့္ ေငြစကၠဴမ်ားကို ကိုင္မသံုးလိုၾကသျဖင့္ ပလတ္စတစ္အိတ္ထဲ ထည့္သံုးရာတြင္ အဆင္ေျပေၾကာင္း ၿမိဳ႕ခံမ်ားက ေျပာသည္။
ေငြစကၠဴအေႂကြ ရွားပါးသည့္ ျပႆနာ ႀကံဳေနရသည္မွာ ၿမိတ္ၿမိဳ႕တခုတည္းမဟုတ္ဘဲ ျမန္မာႏိုင္ငံ အႏွံ႔အျပားတြင္ ျဖစ္သည္။ စစ္အစိုးရက (၅၊ ၁ဝ၊ ၂ဝ၊ ၅ဝ၊ ၁ဝဝ၊ ၂ဝဝ) က်ပ္တန္ေငြစကၠဴအသစ္မ်ား ထပ္မံ႐ိုက္ႏွိပ္ထုတ္ေဝျခင္း မရိွသျဖင့္ ႏိုင္ငံအတြင္း ေငြစကၠဴအေႂကြ တစတစ ရွားပါးလာျခင္း ျဖစ္သည္။
ၿပီးခဲ့သည့္ ၾသဂုတ္ (၁၃) ရက္မွစၿပီး က်ပ္ (၅ဝ) တန္ႏွင့္ (၁ဝဝ) တန္ ေငြစကၠဴမ်ားကို တန္ဖိုးတူ သတၱဳအေႂကြေစ့မ်ားျဖင့္ ေနျပည္ေတာ္ ပ်ဥ္းမနား စီးပြားေရးဘဏ္က လဲေပးေနသည္။ သို႔ေသာ္ (၁,ဝဝဝ) တန္၊ (၅ဝဝ) တန္မ်ားကုိ ေငြအေႂကြ လဲေပးျခင္းမ်ဳိးမဟုတ္ဘဲ (၅ဝ) က်ပ္တန္ေငြစကၠဴကို (၅ဝ) တန္ သတၱဳေစ့၊ (၁ဝဝ) တန္ေငြစကၠဴေဟာင္းကို (၁ဝဝ) တန္ သတၱဳေစ့ျဖင့္ လဲေပးသည့္အတြက္ သတၱဳအေႂကြေစ့မ်ား ေပါေပါမ်ားမ်ား ထြက္မလာေသးေၾကာင္း သိရသည္။
ၿပီးခဲ့သည့္ ရက္ပိုင္းက ေနျပည္ေတာ္ သေျပကုန္းေစ်းတြင္ က်ပ္ (၃ဝဝ) တန္ ေရသန္႔တဘူး ဝယ္ေသာက္သူတဦးက ဆိုင္ရွင္ကို က်ပ္ (၅ဝဝ) တန္ ေပးလိုက္ရာ အေႂကြမရိွဟုဆိုကာ က်ပ္ (၂ဝဝ) ဖိုးကို မုန္႔တခုႏွင့္ပီေက တခု ျပန္အမ္းေၾကာင္းေျပာသည္။ ေနျပည္ေတာ္၌လည္း ေငြစကၠဴအေႂကြကိစၥ ေျပလည္မႈမရွိေၾကာင္း သိရသည္။
ျမန္မာႏိုင္ငံတြင္ ဘဏ္ခ်က္လက္မွတ္၊ ေငြထုတ္ကတ္ျပား၊ အလိုအေလ်ာက္ ေငြထုတ္စက္တုိ႔ မရွိသည့္အတြက္ ေငြစကၠဴမ်ားကုိ အေျမာက္အျမား ႐ိုက္ႏွိပ္သံုးစဲြ ေနရၿပီး အျမင့္ဆံုး ေငြစကၠဴသည္ က်ပ္ (၁,ဝဝဝ) တန္ ျဖစ္သည့္အတြက္ ေရႊ၊ ကား၊ တိုက္ခန္းႏွင့္ တန္ဖိုးႀကီးပစၥည္းမ်ား ဝယ္သည့္အခါ ေငြစကၠဴမ်ားကို ေႁမြေရခံြအိတ္ထဲထည့္ၿပီး ေပးေခ်ေလ့ ရွိၾကသည္။
Labels: ေဒသသတင္း
Misc Synopsis
- ကံေကာင္းေသာ လူငယ္မ်ားသည္ သူ႔ဘဝတြင္ "ဘယ္စာကိုဖတ္၊ ဘယ္စာကို မဖတ္နဲ႔" ဟူေသာ အၾကံေပးခ်က္မ်ိဳး ရ႐ွိခဲ့၏။ ကံဆိုးေသာ လူငယ္မ်ားသည္ ဘာအၾကံေပးခ်က္မွ မရွိပါ။ ထိုအမ်ိဳးအစားထဲမွ စိတ္ဓာတ္အင္အား ျပည့္စံုေသာ လူငယ္မ်ား၊ ႀကိဳးစားလိုေသာ လူငယ္မ်ား၊ ႐ွာေဖြစူးစမ္းလိုေသာ လူငယ္မ်ားသည္ မည္သူ႔အကူအညီမွ် မပါဝင္ဘဲ မိမိတို႔ဘာသာ သင့္ေတာ္ရာရာကို ေ႐ြးခ်ယ္ သြားတတ္ၾကသည္။ တခ်ိဳ႔ကေတာ့ သူတို႔ ဘာကိုလိုခ်င္မွန္း သူတို႔ကိုယ္တိုင္ မသိသူမ်ား ျဖစ္ၾကပါသည္။ ေလာကတြင္ မိမိဘာ လိုခ်င္သည္ဟု မွန္ကန္စြာသိ၍ မိမိ လိုခ်င္ေသာ အရာကို ရေအာင္ယူႏိုင္ေသာ လူငယ္မ်ားလည္း ႐ွိၾကသည္။ လူတေယာက္ မိမိဘဝတြင္ ဘာလိုခ်င္သည္ ဟု အတိအက် သိလာ ရန္ စာအုပ္မ်ားစြာက တြန္းအားေပးႏိုင္သည္ဟု ကြၽန္မ ထင္ပါသည္။ ဂ်ဴး
- ဂန္ဘာရီနဲ ့နအဖ တို ့ရဲ ့ကေလးကလား လုပ္ရပ္မ်ား - နဖအ က ေဒၚစုကို ေနအိမ္မွာအက်ယ္ခ်ဳပ္ခ်ထားတာ တကမၻာလံုးသိပါတယ္။ ဘယ္လိုေနအိမ္မွာအက်ယ္ခ်ဳပ္ခ်ထားလဲဆိုရင္ အိမ္ေရွ ့တခါးကိုေသာ့နဲ ့ခတ္ထားတယ္။ ေဒၚစုျခံ၀န္းထဲမွာ စစ္တပ္ခ်ထားတယ္။ ေဒၚစုကို ေတြ ့ခ်င္တယ္တဲ့သူေတြက သူတို ့က ၀င္ေစဆိုတဲ့အမိန္ ့ရမွာ၀င္လို ့ရတယ္။ ေဒၚစု ရဲ က်မာေရးကို တာ၀န္ခံထားတဲ့ေဒါက္တာတင္မ်ိဳး၀င္းေတာင္ ၀င္ေတြ ့ျခင္တိုင္း၀င္ေတြ ့လို ့မရဘူး။ သန္းေရြ ရဲ ့ခြင့္ျပဳခ်က္ရမွေဒၚစုကိုေတြ ့ခြင့္ရတယ္။ ေဒၚစုေရွ ေနက ေဒၚစုကို ေတြ ့ျခင္တိုင္းေတြ ့လို ့မရဘူး။ အန္အဲလ္ဒီစီအီစီ ဆိုရင္လည္း ေဒၚစုကို အိမ္မွာေတာင္ေတြ ့ခြင့္မရၾကဘူး။ ဒီလို အေျခအေနမ်ိဳးမွာ ဂန္ဘာရီ ကိုယ္စားလွယ္နဲ ့ နအဖ ကိုယ္စားလွယ္က ေဒၚစုအိမ္ေရွ ့ကိုသြားျပီး ေဒၚေအာင္ဆန္းစုၾကည္ ဂန္ ဘာရီက ေတြ ့ျခင္လို ့ပါလို ့ အိမ္ေရွ ့ကေန ေလာစပီကာနဲ ့သြားေအာ္ေနတာ အေတာ့ကို ကေလးကလားဆန္ျပီ အရူးထတဲ့လုပ္ရပ္ျဖစ္ပါတယ္။ က်ေနာ္ေမးျခင္တာက သူတို ့မွာ ေဒၚစုအိမ္ကိုခတ္ထားတဲ့ေသာ့ရိွရဲ ့သားနဲ ့ဖြင့္ျပီး ၀င္သြားလိုက္ၾကပါလား။ အိမ္ကိုေသာ့ခတ္ထားတဲ့သူက တခါးဖြင့္ေပးပါလို ့ေအာ္ေနတာကေတာ့ အေတာကိုညဏ္နည္းလွၾကပါတယ္။ Ko Moe Thee Blog
- အဲဒီသ၀ဏ္လႊာနဲ႔ ပတ္သက္ၿပီး မေလးရွား၀န္ႀကီးခ်ဳပ္ ဘာဒါ၀ီက ျမန္မာႏိုင္ငံအေနနဲ႔ အာဆီယံရဲ႕ ျပည္တြင္း ေရး မစြက္ဖက္ေရးမူကို အကာအကြယ္မယူသင့္ဘူးလို႔ မိန္႔ခြန္းမွာ ထည့္သြင္းေျပာၾကားသြားပါတယ္။ ဒါ့အျပင္ အာဆီယံရဲ႕ အဓိကအဖြဲ႔၀င္ႏိုင္ငံျဖစ္တဲ့ မေလးရွားႏိုင္ငံက အဖြဲ႔ႀကီးရဲ႕ အဓိကမူတရပ္ျဖစ္တဲ့ ျပည္တြင္းေရး မစြက္ဖက္ေရးမူကို ျပန္လည္အနက္အဓိပၸၸၸၸၸါယ္ ဖြင့္ဆိုသင့္ၿပီလို႔ ေျပာၾကားခဲ့ပါတယ္။ / Dr.LwanSwe
- ရွစ္ေလးလံုး အေရးအခင္းနဲ႔အတူ နာဂစ္မုန္တိုင္းအေပၚ စစ္အစိုးရ တံု႔ျပန္မႈဟာ ျမန္မာႏိုင္ငံတြင္း မွာရွိတဲ့ အႀကီးမားဆံုး လူ႔အခြင့္အေရး ခ်ိဳးေဖာက္မႈေတြရဲ႕ “နိဂံုး” ျဖစ္မယ္လုိ႔ လူအမ်ားစုက ေမွ်ာ္ လင့္ထားၾကတယ္။ ဒါေပမယ့္ နိဂံုးျဖစ္ျဖစ္၊ မျဖစ္ျဖစ္ ဒီတႀကိမ္ေတာ့ ျမန္မာ့အေရးဟာ ျမန္မာ ႏိုင္ငံသားေတြ (“၈၈မ်ိဳးဆက္” ေက်ာင္းသားေတြဟာ ရဲ၀ံ့စြာနဲ႔ ေရွ႕ကေန ဦးေဆာင္ေနတယ္) တင္ မကေတာ့ဘူး ကုလသမဂၢ လံုျခံဳေရးေကာင္စီနဲ႔ ျမန္မာႏိုင္ငံရဲ႕ အာရွအိမ္နီးခ်င္းႏိုင္ငံေတြရဲ႕ ႏိုင္ငံေရး ဆႏၵေပၚမွာလည္း မူတည္ေနပါတယ္။ အႏွစ္ (၂၀) ဆိုတာ ရွည္လ်ားတဲ့ အခ်ိန္ကာလ ျဖစ္ေပမယ့္ သိပ္ေတာ့ ေနာက္မက်ေသးပါဘူး။ / New Era Journal
- Failed States Index 2008 - အားလံုးေပါင္း ၁၂ ခုရွိတဲ့ စံညႊန္းေတြထဲမွာ ျမန္မာႏိုင္ငံဟာ လူ႔အခြင့္အေရးစံညႊန္းမွာ အဖိႏွိပ္ခံရဆံုး တဖက္စြန္းမွာေရာက္ေနၿပီး ျပည္ပစြက္ဖက္မႈမွာေတာ့ အေစာကေရးသလို အနည္းဆံုးပါ၊ ဒီႏွစ္ခုက အမ်ားဆံုး နဲ႔ အနည္းဆံုး အစြန္းႏွစ္ဖက္ ေရာက္ေနတာကလြဲလို႔ က်န္တာေတြက ထိပ္ဆံုးမေရာက္တေရာက္မွာ။ ၂၀၀၅ တုန္းက ထိပ္ဆံုး ၂၀ ထဲမွာ ျမန္မာမပါဘူး၊ ၂၀၀၆ က်ေတာ့ နံပါတ္ ၁၈ နဲ႔ အေရွ႔တက္လာတယ္၊ ၂၀၀၇ မွာ အဆင့္ ၁၄၊ ေဟာ၊ အခု ၂၀၀၈ မွာ အဆင့္ ၁၂ ျဖစ္သြားၿပီ။ ဒီလို တႏိုင္ငံလံုးခ်ီၿပီး ညံ့ဖ်င္းေနတာ ဦးေဆာင္လမ္းျပေနတဲ့ေခါင္းေဆာင္ တာဝန္မကင္းဘူး၊ ဒါေၾကာင့္ ႏိုင္ငံေတြစာရင္းအျပင္ ေခါင္းေဆာင္ေတြရဲ့ စာရင္းကိုလည္း ျပဳစုထုတ္ျပန္ထားတယ္။ Degolar