Showing posts with label Travel. Show all posts
Showing posts with label Travel. Show all posts

Saturday, July 26, 2008

The World’s Best City - BANGKOK!

via Bangkok Guru by Tom on 7/25/08

I'm a born Bangkok man and, rightly so, proud to be living and working here. This is also part of the reason why I started this blog altogether. I believe with a passion that Bangkok is one of the world's best cities for a number of different reasons, be it the lovely food, low cost of living, friendly people, great night life and, yes, beautiful girls. :P

lovely bangkok

I don't know many people who have visited Bangkok and didn't like it, meaning it must be a bloody cool city. And to confirm this, I've got some great news to break to you guys here: Bangkok has been voted the world's best city for 2008 in an online poll by Travel+Leisure magazine, dethroning three-time winner Florence of Italy and beating the crap out of the likes of Sydney, Rome and even New York!

The great results were compiled from votes by tens of thousands of magazine subscribers in a worldwide poll going live between January and March this year. The popular online travel magazine honoured winner Bangkok on 24th July 2008 in New York City.

This is bloody good news for you and me alike. Now I can tell everyone I know that I'm the author of the best blog on the world's best city. How bloody wicked is that hahaha!

worlds best city bangkok

What are your thoughts on this story? Do you think Bangkok deserved such an honour? Of course you must do otherwise you can fuck off! Bangkok rules! :D



Read More......

Tuesday, October 16, 2007

Myeik - Islands Town



It was my trip in September 2007 to the capital of the Southern of Myanmar. It's is a busy fishing port, and major logistics hub of Southern Myanmar. Apart from seafood that flourishes people's living, it also produces many local crops products like rubber, betel nut, coconut, cashew nuts. Myeik is famous for stills (compared to other places) virgin Archipelago of Mergui with 800 islands and islets, and its natural "Southern Pearl", and well-known for gradually extinct sea live people "Morgan".

Read More......

Sunday, July 8, 2007

Kawthaung Travel Essay by Nation Writer



"เกาะสอง"

วันเดียวเที่ยวพม่า รสชาติชีวิตไม่ติดหรู นั่งเรือปรับอากาศของอันดามัน คลับฯ ไปขึ้นฝั่งที่ "เกาะสอง" แต่เช้า แดดฝั่งพม่ากับฝั่งไทยไม่รู้ว่าใครร้อนกว่ากัน แต่ตอนนี้เหมือนกำลังถูกย่างทั้งเป็น นี่แค่ช่วงเช้าประมาณเก้าโมงกว่าเองยังขนาดนี้ ถ้าเป็นช่วงบ่ายคิดดูแล้วกันจะร้อนระอุแค่ไหน

พอสองเท้าสัมผัสแผ่นดินพม่า สองตาก็พบกับ ความจอแจของทั้งผู้คนและยวดยาน เกาะสองเป็น จังหวัดใต้สุดของพม่า ขึ้นชื่อในเรื่องอัญมณี ไม้แกะ สลัก และอาหารทะเล สภาพตัวเมืองมีลักษณะเป็นเมืองท่า มีเรือสินค้าและเรือโดยสารจอดเทียบท่า เต็มไปหมด

ชื่อเกาะสอง หรือเกาตอง (KAW THAUNG) ในภาษาพม่า หรือที่ฝรั่งเรียก "วิคเทอเรีย พ้อยส์" แท้จริงแล้วแผ่นดินตรงนี้ไม่ได้เป็นเกาะแต่อย่างใด มี ลักษณะเป็นแหลมมากกว่า แต่ที่เรียกกันติดปากอย่างนี้ก็เพราะใกล้ๆ กันมีเกาะเล็กๆ ขนาบอยู่ แล้วชื่อเกาตองตามภาษาพม่าก็เลยเพี้ยนเป็นเกาะสองนั่นเอง
สำหรับการเดินทางปกติ ก่อนจะมาขึ้นฝั่งพม่าได้ต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นเช่าเรือหางยาวเหมาลำๆ ละ ๒๐๐ บาท หรือนั่งเรือโดยสารที่ท่าสะพานปลาฝั่งจังหวัดระนองของไทยก็ได้ ใช้เวลาเพียง ๑๕ นาทีกับค่าเรือแค่ ๔๐ บาทเอง แต่พวกเราเร็วกว่านั้นเยอะ เพราะเริ่มต้นจากเกาะสน (เกาะเศรษฐี) นั่งเรือของโรงแรมมาเลยสะดวกกว่า

สภาพบ้านเรือนบนเกาะสอง ก็อย่างที่เกริ่นแต่แรกว่าจอแจทั้งคนและรถรา วิ่งรถเลนขวาตามแบบ ฉบับอังกฤษ ประเทศที่เคยครอบครองดินแดนแถบนี้ แต่สภาพความเป็นจริงมีลักษณะวิ่งตามใจฉันมากกว่า แต่คนที่นี่ก็ขับขี่เก่งใช่ย่อย หลบเลี่ยงเอาตัวรอดได้เสมอ

เรานั่งรถสองแถวคันเล็กๆ ที่มีเพื่อนไกด์ชาว พม่าเป็นคนนำเที่ยว ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นพนักงานของโรงแรมอันดามัน คลับฯ นั่นแหละ พอดีเจ้าตัวเป็นคนจังหวัดเกาะสองด้วย เลยถือโอกาสยืมตัวมาร่วมทางเสียเลย จะได้เที่ยวเกาะสองอย่างได้รสชาติยังไงล่ะ

เพื่อนไกด์ชาวพม่าคนนี้พูดภาษาไทยคล่องปรื๋อ สำนงสำเนียงได้หมด เขาบอกว่าคนเกาะสองชอบนักท่องเที่ยวคนไทย เพราะคนไทยพูดง่าย เจรจาซื้อขายอะไรก็สบายๆ เขาจึงชอบส่งปลาไปขายฝั่งไทย แล้วที่เหลือก็ส่งออกไปสิงคโปร์ มาเลย์ อินโดฯ อาชีพประมงของคนที่นี่จึงค่อนข้างทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ และที่แน่ๆ ถ้าใช้เงินไทยซื้อของก็มักจะได้รับการต้อนรับอย่างดี ฟังไกด์คนนี้พูดแล้วก็เพลินหู
อึดใจเดียวพาหนะคันเก่งก็วิ่งเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา ผ่านชุมชนตลาดร้านค้า แล้วไต่เนินเขาขึ้นมาสู่จุดหมายแรกนั่นคือ พระบรมราชานุสวรีย์บาเยงนอง หรือ "บุเรงนอง" พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของชาวพม่า รูปปั้นสีทองอร่ามตามแบบฉบับนิยมของพม่าตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาไม่สูงมาก หันหน้าไปทางฝั่งไทย เสมือนเป็นการข่มขวัญข้าศึก คนไทยรู้สึกเทิดทูนวีรบุรุษของเราอย่างไร ชาวพม่าเขาก็รู้สึกเทิดทูนวีรบุรุษของเขาไม่แตกต่างกัน

จากจุดนี้ มองไปทางทิศเหนือจะเห็นวัดหนึ่งซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาลิบๆ โดดเด่นด้วยเจดีย์สีทองมอง เห็นสะดุดตา ไกด์บอกว่าเป็นวัดที่สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.๑๙๔๘ เพื่อเฉลิมฉลองจากการประกาศอิสรภาพจากอังกฤษ เจดีย์องค์ประธานชื่อว่า "เจดีย์แห่งความสงบ" หรือ Byi Taw Aye ในภาษาพม่า

นอกจากเจดีย์อันโดดเด่นแล้ว ยังมีพระมหามุณีจำลองให้ได้สักการะด้วย องค์จริงเป็นทองคำประดิษฐานอยู่ที่เมืองมัณฑเลย์โน่น เป็นพระพุทธรูปที่คนพม่าและชาวพุทธช่วยกันสร้างขึ้นจากแรงศรัทธามาไหว้พระขอพรที่วัดนี้ก็เหมือนกับวัดอื่นๆ ในพม่า คือรับรู้ได้ถึงความสะอาด เงียบ สงบ และ ต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าวัด ไม่ว่าอากาศจะร้อน พื้น จะระอุเหมือนไฟลวก ก็ไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น

อยู่บนนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์และบรรยากาศตัวเมืองเกาะสองได้ทั่ว ถึงแม้จะเป็นเวลาใกล้เที่ยงที่แดดค่อนข้างแรง แต่ก็พอมีลมเย็นๆ พัดมากระทบเป็นระยะ
พวกเราใช้เวลาชื่นชมความงดงามของเจดีย์แห่งความสงบครู่ใหญ่ ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ก่อนกระโดดขึ้นสองแถวคันเดิมไต่ระดับลงเบื้องล่าง ไกด์บอกว่าจะพาไปทานข้าวเที่ยงแล้วเดินซื้อหาของฝากกัน

บ่ายอ่อนๆ หลังจากทานข้าวเที่ยวกันแล้ว ไกด์ก็พาพวกเรามาแวะที่ร้านขายของฝากของที่ระลึก จุดนี้มีร้านค้าเรียงรายตลอดสองข้างทาง ลักษณะก็ไม่ได้ใหญ่โตอหรูหราอะไร เป็นตึกแถวเก่าๆ สไตล์คลาสิก หน้าร้านบางร้านมีป้ายเขียนว่า "Super Market" เก๋ไก๋ดี ภายในอัดแน่นด้วยสินค้ามากมายตั้งแต่ไม้แกะสลัก เสื้อผ้า โสร่ง เครื่องเงิน อัญมณี ฯลฯ และที่แน่ๆ ต้องมีทานาคา เป็นสินค้าเด่นของร้าน
แม่ค้าพม่าส่วนใหญ่พูดภาษาไทยได้คล่อง เวลาซื้อของจึงไม่มีปัญหาเรื่องการต่อรอง ยิ่งถ้าได้ไกด์ท้องถิ่นมาช่วยเจรจาด้วยก็ยิ่งซื้อของได้ถูกลง พอใจก็ซื้อไม่ถูกก็ผ่านไปไม่ว่ากัน

พวกเราเลือกชื้อแต่ของเด่นๆ อย่างแป้งพม่าทานาคา แล้วก็ยาดมสมุนไพรบรรจุกระป๋องเป็นของฝาก ส่วนพวกอัญมณีไม่อยากเสี่ยง เพราะยอมรับว่าดูไม่เป็นจริงๆ กลัวถูกหลอกด้วย กลับถึงบ้านไม่อยากโดนแซวว่าอุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลมาซื้อของปลอมถึงพม่าเลยหรือ แบบนี้ไม่เวิร์คแน่ ได้ของครบทั้งถูกใจบ้างไม่ถูกใจบ้าง เวลาก็บ่ายคล้อยไล่หลังมาทุกที ออกจากร้านขายของฝากเดินลัดเลาะไปตามซอยเล็กๆ ผ่านร้านขายของทั่วไป สังเกตว่าสินค้าที่วางขายส่วนใหญ่มาจากฝั่งไทยทั้งนั้น มีป้ายและโปสเตอร์โฆษณาภาษาไทยติดประปราย

เวลามาเที่ยวพม่าเตือนกันหน่อย ให้ระวังกระเป๋าสตางค์กันด้วย เพราะจะมีเด็กๆ เดินมาขอเงินกันดื้อๆ อย่าเผลอให้เชียว เพราะคนหนึ่งได้ที่เหลือก็อาจจะเฮกันมาขอเป็นพรวน แล้วเวลาเดินก็ระวังรถราให้ดี เพราะเขาจะไม่หลบเราง่ายๆ เรา ต่างหากที่ต้องหลีกทางให้ ดีไม่ดีหัวร้างค่างแตกไปจะไม่คุ้มเอา

มาเที่ยวเกาะสองครั้งนี้ ได้รสชาติความเป็นพม่ามากๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน สภาพบ้านเรือน โดยเฉพาะผู้คนที่ยังคงเอกลักษณ์ได้ไม่เสื่อมคลาย ผู้ชายส่วนใหญ่ยังนุ่งโสร่ง ส่วนผู้หญิงยังคงประทินผิวด้วยแป้งพม่า "ทานาคา" เต็มสองแก้ม แม้กระทั่งเด็กๆ ก็ได้รับการสืบทอดวัฒนธรรมนี้อย่างง่ายดาย เมืองเล็กๆ อย่างเกาะสอง ถ้าจะใช้เวลาเดินเที่ยวดูโน่นดูนี่จริงๆ แค่ 2-3 ชั่วโมงก็รอบแล้ว ถ้าจะเอาความสะดวกสบาย สวยงามทุกแห่งหน คงต้องบอกกันก่อนว่า...อย่าคาดหวัง !


เอาเป็นว่ามาเที่ยวต่างถิ่นต่างวัฒนธรรม พอเป็นสีสันก็แล้วกัน จะได้มีเรื่องประทับใจกลับไปเล่าให้คนที่บ้านฟัง เพราะอย่างน้อยก็ได้ชื่อว่าได้มาเที่ยวต่างประเทศนะครับพี่น้อง...อิอิ อุอุ

Read More......

Friday, July 6, 2007

Andaman Club เยือนเกาะสน ยลเกาะสอง 1

เยือนเกาะสน ยลเกาะสอง จากระนองสู่เมียนมาร์ (1)

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 25 มิถุนายน 2550 17:40 น.


ทิวทัศน์เมื่อมองมาจากระเบียงห้องพักบนเกาะสน ประเทศพม่า
เกาะกาสิโน...?

ได้ยินชื่อนี้อยู่เป็นประจำ แต่ก็ไม่เคยมีโอกาสได้ไปเยือนสักที ครั้นพอนับกะตังค์ในกระเป๋าฉันก็ได้เล็งเห็นแล้วว่าหากจะไปเที่ยวต่างประเทศไกลๆคงจะมีอันสิ้นเนื้อประดาตัวต้องกู้หนี้ยืมสินได้ จึงเป็นโอกาสเหมาะที่ฉันจะเลือกเดินทางไปยังเมืองใกล้ๆในประเทศเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างสหภาพพม่า และถือโอกาสเปิดวิสัยทัศน์ใหม่ๆที่ยังไม่เคยเห็นให้กับตัวเองด้วย

เกาะกาสิโน ที่ฉันได้ยินอยู่บ่อยๆมีชื่อเป็นภาษาเมียนมาร์ว่า "เกาะตะเตชุน" แปลว่าเกาะเศรษฐี หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ "เกาะสน" ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศพม่า เกาะแห่งนี้ถือเป็นเกาะส่วนตัวของโรงแรมอันดามันคลับที่ฉันกำลังจะเดินทางไปพักในทริปนี้อีกด้วย

นักดนตรีพม่าบรรเลงดนตรีต้อนรับแขกเหรื่อที่มาเยือนโรงแรมอันดามันคลับ
จากท่าเรืออันดามันคลับ จังหวัดระนอง ฉันต้องทำใบผ่านแดนเพื่อที่จะข้ามฝั่งไปยังอาณาเขตของประเทศพม่า โดยนั่งเรือโดยสารปรับอากาศสบายๆใช้เวลาเดินเรือประมาณไม่เกิน 20 นาที ก็ไปถึงยังเกาะสนสถานที่ตั้งโรงแรมอันดามันคลับ จากนั้นจะมีรถรับส่งพาฉันและผู้โดยสารเรือไปยังตัวโรงแรม

ตอนนี้ฉันยังไม่รู้สึกว่าตัวเองไปอยู่ในอีกประเทศหนึ่ง เพราะบรรยากาศที่เห็นก็ไม่ต่างจากบ้านเรานัก แต่เมื่อได้ก้าวเข้าไปยังโรงแรม เสียงบรรเลงเพลงที่มีท่วงทำนองที่แปลกหู ผู้บรรเลงที่แต่งชุดโสร่งโพกหัว รวมถึงสำเนียงการพูดจาของพนักงานต้อนรับทำให้ฉันรู้ตัวว่าฉันกลายเป็นคนต่างชาติไปเสียแล้ว แม้ระยะเวลาการเดินทางข้ามเรือจะสั้นกว่าการไปยังเกาะบางแห่งในประเทศไทยเช่น เกาะพีพี ก็ตาม

สระว่ายน้ำขนาดใหญ่น่าเล่นเป็นที่สุด
เท่าที่ฉันสังเกต พนักงานที่นี่พูดได้ทั้งภาษาเมียนมาร์ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ รับรองว่าหากคนไทยมาสื่อสารกันรู้เรื่องแน่นอน สบายใจหายห่วง หลังจากเก็บสัมภาระ สัมภารก แล้ว ก็ได้เวลาออกเดินชมสำรวจโรงแรมอันโอ่อ่าแห่งนี้กันให้ทั่ว รวมถึงกาสิโนที่โด่งดัง โดยเริ่มจากสระว่ายน้ำกลางแจ้งขนาดใหญ่ที่ดูเย้ายวนน่าลงแหวกว่ายยิ่งนัก แต่เสียดายที่ฉันไม่ได้เตรียมชุดว่ายน้ำมาด้วย มิเช่นนั้นจะว่ายให้น้ำกระจายเลยเชียวหละ นอกจากสระว่ายน้ำแล้ว ยังมีห้องคาราโอเกะ ห้องออกกำลังกายหรือฟิตเนส ซาวน์น่า สปาในสไตล์ต่างๆ หรือจะผ่อนคลายแบบการนวดเท้า และนวดแผนไทยที่นี่ก็มีให้บริการอย่างครบถ้วน

หลังจากที่เดินสำรวจพร้อมดูดซับบรรยากาศ ฉันเห็นหลายคนมุ่งหน้าไปยังห้องห้องหนึ่ง แล้วพากันหายเงียบไป ฉันชักสงสัยจึงได้เดินไปดูแล้วก็ได้รู้ว่าที่ผู้คนทั้งหลายหายเข้าไปกันเพราะห้องนี้เป็นห้องเกม เมื่อก้าวย่างเข้าไปในห้องนี้ไห้บรรยากาศแบบลาสเวกัสเหมือนในหนังฝรั่งที่เคยดูเลยทีเดียว ทั้งบาคาร่า สล็อตฯ มีให้เลือกเล่นมากมาย ฉันเข้าไปดูๆพวกนักเล่นเกมเขาเล่นกันอยู่นานสองนาน เห็นบางคนได้บ้างแต่ส่วนมากเห็นจะเสียซะมากกว่า ส่วนกาสิโนนั้นมือสมัครเล่นอย่างฉันไม่ได้เข้าไปหรอก เพราะที่มาในนี้ก็เพียงเพื่อต้องการเปิดหูเปิดตากับบรรยากาศแปลกใหม่เท่านั้น ส่วนใครที่อยากทดลองเล่นก็เอาเป็นว่าขอให้เล่นกันแบบสนุกๆพอหอมปากหอมคอ เพราะยังไงๆการพนันก็เป็นสิ่งไม่ดี ฉันขอแนะนำว่าอย่าเล่นเลยเป็นดีที่สุด

สนามกอล์ฟบนเกาะสน
ส่วนตรงกันข้ามกับห้องเกมเป็นแหล่งช้อปปิ้งปลอดภาษี หรือ Duty Free Shop ที่มีสินค้าแบรนเนมให้เลือกซื้อเลือกช้อปกันมากมาย อาทิ เครื่องหนัง กระเป๋า น้ำหอม เครื่องประดับ เหล้า ไวน์ ช็อกโกแลต หลายสิ่งอัน แต่สำหรับฉันขอจองช็อกโกแลตไว้ก่อนเลย เพราะเห็นแล้วน้ำจิ้มมันจะหกให้ได้เลยเชียว

นอกจากนี้ที่เกาะสนยังมีสนามกอล์ฟกว้างขวาง 18 หลุม รอท้าทายนักกอล์ฟทั้งหลาย โดยแบ่งเป็น 9 หลุมฝั่งไทย คือสามารถมองเห็นทิวทัศน์ฝั่งประเทศไทย และอีก 9 หลุมฝั่งพม่า ซึ่งก็คือสามารถมองเห็นวิวฝั่งพม่าในมุมกว้างได้อย่างสวยงาม

ทิวทัศน์ยามเย็นบนเกาะสน
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่พาฉันชมสนามกอล์ฟ ก็มีเหล่านกเงือกพากันบินผ่านไปราว 4-5 ตัว ซึ่งการที่มีนกเงือกอาศัยอยู่แสดงให้เห็นว่าธรรมชาติสภาพแวดล้อมของเกาะแห่งนี้ยังคงเขียวขจีอุดมสมบูรณ์ มองไปทางใดก็ดูร่มรื่นสบายตา อีกเดี๋ยวก็มีเหยี่ยวบินผ่านไปอีก 1 ตัว และระหว่างทางเจ้าหน้าที่ชี้ให้ดูดินที่เหมือนจะถูกขุดเป็นหลุมตื้นๆแล้วบอกว่า นี่คือร่องร่อยของเจ้ากระทิงที่มักจะแอบมาขุดหาอาหารเป็นประจำทุกวัน แต่ทางโรงแรมก็ไม่ได้ทำร้ายหรือไล่มันไปเพราะถือว่านี่เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของเกาะ

อีกทั้งยังมีฝูงลิงอุรังอุตังหลายตัวบนต้นไม้ใหญ่ที่มองเห็นอยู่ไกลๆ นักท่องเที่ยวที่มาตีกอล์ฟนอกจากจะได้หวดลูกอย่างท้าทายแล้วยังได้ชื่นชมกับทิวทัศน์ที่สวยงาม สัมผัสกับธรรมชาตินานาพันธุ์ทั้งต้นไม้ป่าและต้นไม้หายาก รวมถึงสัตว์น้อยใหญ่ที่อาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้อีกด้วย

อีกมุมหนึ่งบนเกาะสนเมื่อมองจากเนินผาของสนามกอล์ฟ
ทัวร์โรงแรมจนทั่วแล้วชักเหนื่อยฉันแวะกินมื้อเย็นที่ห้องอาหารจีนของโรงแรมจนอิ่มท้อง แล้วก็ต้องขอจรลีกลับสู่ห้องพัก เพราะอยากจะพักกายนิ่งๆสบายๆแบบส่วนตัวกับวิวทิวทัศน์นอกระเบียงห้อง ซึ่งในห้องพักแต่ละห้องจะมีระเบียงส่วนตัวไว้ให้ชื่นชมบรรยากาศของเกาะแห่งนี้อย่างหนำใจ วิวจากระเบียงห้องที่ฉันพักเป็นวิวทะเลที่ดูแล้วนิ่งสงบ มองไปไกลๆเห็นเกาะต่างๆ และยิ่งช่วงเวลานี้พระอาทิตย์ยามเย็นคล้อยต่ำใกล้จะตกเต็มที ทำให้ได้บรรยากาศที่ฉันรู้สึกประทับใจเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

สนามกอล์ฟบนเกาะสนมองไปเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของท้องทะเลอันดามัน
ประสบการณ์และบรรยากาศทั้งหมดที่ฉันได้สัมผัสในวันนี้ ทำให้ฉันไม่รู้สึกเสียดายเลยที่ตัดสินใจเดินทางมาเยือนยังฝั่งชายแดนพม่า แม้จะไม่ใช่ส่วนของพื้นที่ที่หรูหราเหมือนทางยุโรป หรือเป็นแหล่งท่องเที่ยวฮอตฮิตที่คนทั่วโลกต้องมา แต่ก็ทำให้ฉันรู้สึกมีความสุขและอิ่มเอมใจไม่แพ้ที่ไหนๆเลยทีเดียว ฉันคิดเช่นนั้นพร้อมซุกตัวลงนอนใต้ผ้าห่มอุ่นๆ เป็นการปิดฉากการเดินทางในวันนี้ ก่อนที่วันต่อไปจะเริ่มขึ้น....(อ่านต่อตอนหน้า)

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

การเดินทางไปยังเกาะสน-เกาะสอง ประเทศพม่า สามารถติดต่อผ่านโรงแรมอันดามันคลับ โทร.0-2285-6404-7 หรือไปทางจังหวัดระนอง ลงเรือที่ปากน้ำระนอง(สะพานปลา) โดยต้องทำหลักฐานใบผ่านแดน ใช้รูปถ่าย 3 รูป สำเนาบัตรประชาชน 3 ชุด พร้อมบัตรประชาชน ค่าธรรมเนียมคนไทย 30 บาท/คน เปิดทำการ 07.00-18.00 น.ทุกวัน สอบถามโทร. 0-7781-1293

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง เยือนเกาะสน ยลเกาะสอง จากระนองสู่เมียนมาร์ (จบ)

Read More......
Template by : kendhin x-template.blogspot.com