Monday, January 14, 2008

เยือนเกาะสน ยลเกาะสอง จากระนองสู่เมียนมาร์ (จบ)

เยือนเกาะสน ยลเกาะสอง จากระนองสู่เมียนมาร์ (จบ)

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 2 กรกฎาคม 2550 18:41 น.
โดย : จุชดานิน

เจดีย์ชเวดากองจำลองสีทองอร่ามสุกใส
หลังจากเที่ยวสำรวจบนเกาะสนไปแล้ว (เนื้อเรื่องในตอนที่แล้ว) และหลังจากหลับเต็มอิ่มมาทั้งคืน วันนี้ฉันจะไปเที่ยวยังเกาะสองกันบ้าง โดยนั่งเรือของอันดามันคลับไปประมาณ 15 นาที ก็มาถึงยัง "เกาะสอง" ที่คนไทยรู้จักกันดี หรือจะเรียกแบบอินเตอร์ว่า "วิคตอเรียพอยต์" ก็ไม่ผิดแปลกอะไร

เกาะสองแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตแดนทางตอนใต้สุดของประเทศพม่า พื้นที่ตรงนี้ในอดีตสมัยอยุธยาเคยเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย ชื่อว่าเมืองมลิวัน แต่เมื่ออังกฤษได้ขยายอิทธิพลเข้ามาครอบครองพื้นที่ จึงได้สร้างเมืองใหม่ขึ้นมาคือ วิคตอเรียพอยต์ เพื่อใช้เป็นเมืองท่าติดต่อค้าขาย โดยใช้แม่น้ำกระบุรีเป็นเส้นแบ่งพรหมแดนระหว่างประเทศในสมัยรัชกาลที่ 5

ทิวทัศน์บนเกาะสอง
เล่ากันว่าทางฝั่งตรงข้ามของท่าเรือขึ้นเกาะสองมีจุดที่เรียกว่าวิคตอเรียพอยต์ ซึ่งเป็นชื่อที่นำมาจากชื่อของพระนางเจ้าวิคตอเรีย ของอังกฤษ เมื่อก่อนเรือที่ล่องผ่านพื้นที่จุดนี้จะต้องเปิดหวูดแสดงความเคารพ แต่ปัจจุบันเหลือเพียงแต่เป็นเรื่องเล่าเท่านั้น

ระหว่างที่เรือผ่านเข้าสู่เกาะก่อนจะเทียบท่า ฉันเห็นอาคารหลังใหญ่ศิลปะแบบพม่า หลังคาลดหลั่นเป็นชั้นๆสีทองๆ สวยเด่นเป็นสง่า ฉันเดาว่าคงเป็นวัดใดวัดหนึ่งเป็นแน่แท้ พวกเราในเรือพากันยกกล้องถ่ายรูปกันยกใหญ่ ชั่วครู่ก็มีเสียงหัวเราะเล็กๆจากเจ้าหน้าที่อันดามันคลับ แล้วพูดออกมาว่า "นั่นเป็นร้านอาหารนะครับ ไม่ใช่วัด ไม่ต้องยกมือไหว้" ได้ฟังดังนั้นพวกเราร้อง อ้าว ขึ้นมาพร้อมๆกันพร้อมกับอาการที่เรียกว่าอึ้งกิมกี่ ก่อนที่จะมีเสียงหัวเราะเยาะตัวเอง(ในใจ)ตามมา

อนุสาวรีย์พระเจ้าบุเรงนองบนเกาะสอง
เมื่อเรือเทียบท่า เมื่อฉันก้าวขึ้นสู่เกาะสอง รู้สึกได้เลยว่าตัวเองเป็นชาวต่างชาติต่างถิ่น มองซ้ายแลขวามีแต่ชาวพม่าเต็มไปหมด แล้วยังรู้สึกว่าเขามองเราแปลกๆอีกด้วยไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า แต่ก็แอบนึกในใจว่าดีนะที่เรามากันเป็นกลุ่มแล้วยังมีไกด์ของอันดามันคลับตามมาด้วย ช่วยให้อุ่นใจขึ้นมาเยอะเลย

ไกด์บอกให้พวกเราขึ้นรถสองแถวเพื่อจะไปยังสถานที่แรกคือ "อนุสาวรีย์พระเจ้าบุเรงนอง" ที่ยังคงดูใหม่เอี่ยมอ่องอรทัย สวมชุดนักรบยืนเท้าซ้ายยกตั้งขึ้นเล็กน้อย มือเหมือนกำลังจะชักดาบ หันหน้าเข้าหาฝั่งไทย ดูสง่ามั่นคงเหมือนกำลังประกาศศักดานุภาพอย่างไรอย่างนั้นเลย

ไกด์บอกว่าพระเจ้าบุเรงนองใจดี และปกครองพม่ามากว่า 30 ปี ชาวพม่ายกย่องพระเจ้าบุเรงนองมาก ก็คงคล้ายๆกับที่พวกเราชาวไทยนับถือและยกย่องพระนเรศวรมหาราช จากนั้นพวกเราก็ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันอย่างเมามัน พร้อมกับเสียเงิน 20 บาทค่าถ่ายรูป ซึ่งนอกจากจะเสียค่าเข้าชมอนุสาวรีย์แล้ว หากจะกดชัตเตอร์ก็ต้องจ่ายเพิ่มอีกด้วย แต่เพื่อรูปที่ระลึกสวยๆก็ยอมกันได้

ที่ตั้งอนุสาวรีย์แห่งนี้อยู่บนเนินสูง จึงสามารถเห็นวิวทิวทัศน์ได้กว้างไกล เมื่อมองไปอีกฟากหนึ่งของเกาะสองไกด์บอกว่าที่เห็นไกลๆนั่นคือ "เจดีย์แห่งความสงบ" สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1948 หลังจากที่พม่าได้อิสรภาพจากอังกฤษ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเจดีย์แห่งนี้

พระพุทธรูปองค์ใหญ่หนึ่งในพระพุทธรูปอีกหลายองค์ภายในวัดบนเกาะสอง
จากนั้นเราจะไปไหว้พระเอาฤกษ์เอาบุญกันที่ "วัดพีเดอเอร์" ระหว่างทางก่อนที่จะไปถึงยังวัด รถสองแถวพาเราวิ่งผ่านวงเวียนเล็กๆที่มี "อนุสาวรีย์อองซาน" เป็นรูปคนขี่ม้าสีทองสุกใสตั้งอยู่กลางวงเวียน ซึ่งคนที่อยู่บนม้าคือ นายพลอองซาน พ่อของนางอองซานซูจี นั่นเอง

เมื่อไปถึงยังวัด ข้างทางมีร้านจำหน่ายเครื่องบูชาพระ พระเครื่อง และสิ่งของต่างๆสำหรับทำพิธีต่างๆ ซึ่งดูแล้วแปลกตาไปกว่าของบ้านเรา ดอกไม้ที่บ้านเราใช้ดอกบัว แต่ที่นี่ใช้ดอกเบญจมาศมีทั้งสีเหลือง สีขาว และก่อนจะเข้าไปในเขตวัด ทุกคนต้องถอดรองเท้าด้วย ฉันไม่อยากถอดเลยเพราะดูแล้วแดดกำลังแรง อีกทั้งพื้นวัดเป็นเหมือนกระเบื้องท่าจะร้อนเท้ามากทีเดียว แต่ก็ต้องจำยอมเนื่องจากเป็นประเพณีปฏิบัติของเขา แต่เมื่อเหยียบย่างไปแล้วกลับไม่รู้สึกว่าร้อนแต่อย่างใด ซึ่งทำให้ฉันประหลาดใจมาก ไม่รู้ว่าเขาใช้กระเบื้องอะไรปู มันช่างดีจริงๆ

ภายในวัดดูสงบ สวยงาม และสะอาดสะอ้าน ฉันเดินเข้าไปไหว้พระพุทธรูปขนาดใหญ่ทางด้านขวามือก่อนที่จะเข้าไปยังสถานที่ที่ภายในประดิษฐานพระประจำวันเกิด แต่ต้องขอบอกก่อนว่าหากเราไม่สามารถอ่านภาษาเมียนมาร์ หรือไปโดยไม่มีไกด์หรือผู้รู้พาไปแล้วละก็ไหว้ไม่ถูกเป็นแน่ เพราะพระประจำวันเกิดของที่นี่เขามีลักษณะเหมือนกันหมด มีเพียงตัวอักษรบอกเท่านั้นว่าเป็นพระประจำวันใด สำหรับผู้ที่ไม่รู้จริงๆฉันขอแนะนำให้ไหว้ให้หมดทุกวันไปเลย เพราะยังไงก็ได้บุญเหมือนกัน

ออกมาด้านนอกก็มีพระพุทธรูปอีกหลายองค์ เช่น พระทันใจ พระศิวะลี พระแผ่บารมี 4 ทิศ ให้พวกเรานมัสการกราบไหว้ขอพรเป็นสิริมงคล และที่เห็นจะโดดเด่นมีชื่อเสียงของวัดนี้ก็คือ "เจดีย์พีเดอเอร์" ที่จำลองแบบมาจาก "เจดีย์ชเวดากอง" สีทองอร่ามตัดกับสีของท้องฟ้าดูสวยงามมาก ซึ่งเจดีย์นี้ฉันคิดว่าน่าจะเป็นเจดีย์หลังเดียวกับเจดีย์แห่งความสงบที่เรามองเห็นกันอยู่ไกลๆจากบริเวณอนุสาวรีย์พระเจ้าบุเรงนอง

แม่ค้าชาวพม่ามาขายของบริเวณท่าเรือเกาะสอง
หลังจากได้บุญและได้ใจกันไปแล้ว ที่สุดท้ายที่พวกเราจะไปคือ "ตลาดร่างสุเวเนีย์" ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับท่าเรือ บรรยากาศของตลาดแห่งนี้ดูเหมือนตลาดตามชนบทในสมัยก่อน ร้านรวงมีไม่มากนักและของที่ขายส่วนใหญ่จะเป็นของพื้นบ้านพื้นเมือง เช่นพวกแป้งทานาคาสำเร็จรูป หรือจะเป็นแบบออริจินัลที่ใช้ท่อนไม้ทานาคาฝนกับแผ่นหินก็มีให้เลือกช้อป ผ้านุ่งโสร่ง เสื้อยืดลายตัวอักษรพม่า เครื่องสานหวาย ไม้แกะสลัก หรือจะเป็นพวกเครื่องประดับต่างๆ อาทิ พลอย มุก ก็มีให้เลือกมากมาย เพราะที่นี่เขาได้ชื่อว่าเป็นแหล่งเลี้ยงมุก สินค้าบางชิ้นบางอันมีตำหนิ ต้องรู้จักเลือกให้เป็น แล้วก็ราคาต่อรองกันได้

ก่อนที่จะขึ้นเรือกลับฉันขอเตือนไว้หน่อยว่า ที่เกาะสองแห่งนี้ส่วนมากจะพูดภาษาเมียนมาร์ พูดไทยได้บ้างแต่จะฟังยาก และตัวหนังสือก็จะเขียนเป็นภาษาเมียนมาร์เช่นเดียวกัน หากจะมาเที่ยวขอแนะนำให้หาไกด์หรือผู้ที่เชี่ยวชาญมากด้วยเพื่อความสะดวกและปลอดภัย ส่วนเรื่องการจราจรที่เกาะแห่งนี้ส่วนมากจะใช้มอเตอร์ไซด์เป็นพาหนะ และขับกันได้วุ่นวายมากและจะบีบแตรเป็นสรณะ ดังนั้นขอให้เดินกันอย่างระมัดระวังเป็นที่สุด และอากาศค่อนข้างร้อน แดดแรงควรพกหมวกพกร่มมาด้วยจะเป็นการดีที่สุด

เครื่องประดับทำจากมุกมีให้เลือกซื้อเลือกชมมากมาย
สำหรับทริปนี้แม้จะมีเวลาเพียงน้อยนิด แต่ก็ทำให้ฉันได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆเพิ่มขึ้น เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่หาไม่ได้หากเราไม่ก้าวออกมาเปิดโลกของตัวเอง และหากมีโอกาสครั้งหน้าฉันจะอยู่ให้นานกว่านี้เพื่อที่จะได้เที่ยวให้ได้ทุกซอกทุกมุม แบบเอาให้พูดกับชาวหม่องได้รู้เรื่องเลยทีเดียว

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

การเดินทางไปยังเกาะสน-เกาะสอง ประเทศพม่า สามารถติดต่อผ่านทางโรงแรมอันดามันคลับ โทร.0-2285-6404-7 หรือลงเรือที่ปากน้ำระนอง(สะพานปลา) โดยต้องทำหลักฐานใบผ่านแดนใช้รูปถ่าย 3 รูป สำเนาบัตรประชาชน 3 ชุด พร้อมบัตรประชาชน ค่าธรรมเนียมคนไทย 30 บาท/คน เปิดทำการ 07.00-18.00 น. ทุกวัน สอบถามโทร. 0-7781-1293

Read More......

เห็นเพื่อนบอกว่าแม่น

คนเกิดปีชวด

คนเกิดปีฉลู

คนเกิดปีมะโรง

ปรับตัวได้เก่งในทุกสถานการณ์

สุขุม มาดดี ไม่ช่างจ้อ

ปลื้มความเนี้ยบ ทุกอย่างต้องเพอร์เฟคต์

คารมดี พูดจูงใจเก่งมาก

อดทนได้อย่างสุดอัศจรรย์

บุคลิกน่าเกรงอกเกรงใจ

ไอ.คิว.เป็นเลิศ

คงมั่น ยากหวั่นไหว

มีวาสนา บารมีสูง

รักใครเป็นทุ่มหมดใจหมดกระเป๋า

ขี้อาย เขินเก่งนักเชียว

มีเสน่ห์ มักเป็นดาวเด่นเสมอ

เห็นวันนี้แสนขยัน แต่พรุ่งนี้อาจนอนขี้เกียจทั้งวัน

แสนจะอบอุ่นและอ่อนโยน

มีหัวใจแกร่ง และหาญกล้า

เป็นนักลงทุนที่ชาญฉลาด

หัวดื้อ แบบว่าดื้อเงียบ

รับผิดชอบสูง

มีความทะเยอทะยานสูง

หัวเก่า หัวโบราณ

เป็นหัวหน้าคนได้สบาย

เป็นนักสะสม

หัวแข็ง เปลี่ยนแปลงยาก

ฉลาดปราดเปรื่อง

เป็นนักชอปปิ้ง ชอบของลดราคา

หัวใจไม่ง่าย รักคนยาก

มีเพื่อนฝูงติดสอยห้อยตามเพียบ

เพื่อนมาก ญาติเยอะ

รักแล้ว ลืมยาก แต่ไม่ยอมเศร้า

มีความรู้กว้างขวางมาก

ชอบพึ่งพาตนเอง

ชอบของเก่าๆด้วยล่ะ

ชอบคนง่าย แต่เลือกมาเป็นคู่ยากมาก

ไฮเปอร์จัด มาดนิ่ง แต่ไม่ชอบอยู่นิ่งเฉย

กตัญญูเป็นที่หนึ่ง

บ่อยครั้งเผด็จการ ชอบควบคุมผู้อื่น

ไม่ชอบความผูกพัน

มีความรับผิดชอบสูง

ประสบความสำเร็จเร็ว

เก็บความลับเก่ง

ซื่อสัตย์ น่าเชื่อถือ

รักเกียรติรักศักดิ์ศรีมาก

เก็บความรู้สึกก็เก่งนะ

มีความหยิ่งทระนง ถือศักดิ์ศรี

หน้าใหญ่ ใจกว้าง

เก็บเงินได้ ใช้เงินเป็น

รักษาสัญญาสุดฤทธิ์

รักอิสระ แต่ก็มีระเบียบแบบแผน

แก้ปัญหาเก่งมาก

ไม่สนใจความคิดผู้อื่น

ชอบท่องเที่ยว ผจญภัย

แต่แสดงออกทางอารมณ์ไม่เก่ง

ไม่เจ้าเล่ห์แสนกล

เจ้าอารมณ์

ถือผลประโยชน์ตนเป็นสำคัญ

ใน 5 ปี อาจมีอาละวาดสัก 1 ครั้ง

ชอบรักษาฟอร์ม ภาพพจน์ต้องดูดีเสมอ

ขี้หวง ขี้หึง

ขยันขันแข็ง

อ่อนไหว ขี้เหงา เศร้าเก่ง

ขี้บ่น ขี้ระแวง

ไม่ค่อยถนัดเรื่องยั่วเย้าเคล้าคลอ

ไม่ชอบพึ่งพาผู้อื่น

ช่างติ ช่างวิจารณ์

เลือกแฟนที่จิตใจ มิใช่หน้าตา

ชอบช่วยเหลือผู้คน

ไม่ชอบเก็บอะไรมาคิดให้รกสมอง

รักครอบครัวมาก

ยุ่งเรื่องส่วนตัวผู้อื่นมากไปนิด

บางครั้งก็เชื่อใจผู้อื่นง่ายเกินเหตุ

รักบ้าน รักครอบครัว

ปลื้มคนมีความสามารถมากกว่าคนมีเงิน

ชอบสังสรรค์บันเทิง

ไม่ชอบออกไปเที่ยวเฮฮาปาร์ตี้

สนใจใคร่รู้ในทุกเรื่อง

ถนัดดูแลงานด้านท่องเที่ยวบันเทิง

ยากจะเอ่ยปากให้ใครช่วยเหลือ

เรียกร้องความรักอย่างสูงสุด

คิดฝันในเรื่องรักแบบซึ้งสุดใจ

คบเพื่อนน้อย เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ

แสวงหาแต่ความชื่นชอบยอมรับจากคนรอบข้าง

เน้นความสบาย ไม่ชอบเรื่องซีเรียสใดๆ

เน้นเกียรติยศมากกว่าเงินทอง

แต่ไม่ค่อยทุ่มเทความรักตอบแทนไป

ไม่ถนัดเรื่องละเอียดอ่อนนัก

ปากตรงกับใจ

ยิ่งมีอายุ ยิ่งดูเด็กลง

แต่มักจะปากหนัก ชอบคิดมากกว่า

หลงตัวเองเหมือนกันนะ

คนเกิดปีขาล

คนเกิดปีเถาะ

คนเกิดปีมะเส็ง

มีความนับถือตัวเองสูง

ปัญญาดี มีไหวพริบ

เซ็กซี่ มีความเร้าใจ

รักงาน

เป็นนักเจรจา คารมเป็นเลิศ

ฉลาดลึกล้ำ

จริงใจใสซื่อ

ใจดี ใจกว้าง ใจละเมอ

อยู่ในโลกของความจริงมากกว่าเพ้อฝัน

กล้าทำในสิ่งแตกต่าง

หวาดหวั่นขวัญเสียง่าย

ความจำเป็นเลิศ

มาดดี มีแต่คนอยากคบ

เสน่ห์แรง เพื่อนฝูงติดหนึบ

ใจแข็ง ใจเด็ด

เป็นนักปฏิวัติ

เฮฮาปาร์ตี้กับเพื่อนๆได้

อารมณ์ขันนะมี แต่ฝืดเล็กน้อย

ไม่กลัวความล้มเหลว

แต่ก็ชอบชีวิตสงบๆเงียบๆ

ช่างสังเกต ช่างระแวดระวัง

หงุดหงิดง่าย แต่ไม่งอนใครนาน

มีคุณธรรมสูง

มีความมุ่งมั่นสูง

ชอบแสวงหาความแปลกใหม่ ท้าทาย

อ่อนโยน แต่ก็เจ้าอารมณ์ไม่เบา

เป็นเจ้าของโครงการในฝันนับร้อย

บางครั้งก็ดันทุรังสูง

รสนิยมดี ชอบความเก๋ไก๋

เยือกเย็น แต่โมโหร้าย

รักเด็ก

ดูเหมือนหัวอ่อนว่าง่าย แต่ดื้อเงียบ

ไม่ชอบเปิดเผย ไม่ชอบวุ่นวายกับใคร

อยากรู้อยากเห็น เรียนรู้เร็ว

ไม่ค่อยกระตือรือร้นนัก

มีลางสังหรณ์ ความรู้สึกไว

วู่วาม แต่ก็มีความอ่อนโยนนะ

มีอารมณ์ติสต์ อ่อนไหวสูง

เจ้าคิดเจ้าแค้น

มากด้วยน้ำใจไมตรี

ปฏิเสธการต่อสู้ การเสี่ยงทุกรูปแบบ

แต่ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมมารยา

มีอารมณ์ละไม ชอบศิลปะ

รักสวยรักงามตลอด

ชอบเรียนรู้ หัวไว

สนุกกับโชคชะตา ไม่กลัวล้มเหลว

ชอบการคลอเคล้าพะเน้าพะนอ

รักจริงหวังแต่ง

ชอบเล่นกีฬา

รักแรง เกลียดแรง

แสดงออกทางอารมณ์ไม่เก่งนัก

ชอบผจญภัย

เกลียดความก้าวร้าว รุนแรง

ไม่ชอบนินทาใคร

มักรีบด่วนตัดสินใจ

ยากที่ใครจะอ่านใจได้ทะลุปรุโปร่ง

ไม่เห็นว่าเงินเป็นพระเจ้า

สนุกกับเรื่องท้าทายได้ทุกเมื่อ

ไม่ชอบกฎระเบียบ

กระตือรือร้นน้อยมาก

รักอิสระ

เป็นกระต่ายน้อยผู้เสียสละ


เชื่อความรู้สึกมากกว่าเหตุผล

แต่ก็มีวินัยในการดำรงชีวิต

ช่างสังเกตเป็นที่สุด

ชอบแสดงความเป็นเจ้าของ

ยามโกรธ โทสะแรง

บ่อยครั้งที่จุกจิกจู้จี้เกินเหตุ

รักเพื่อน แต่มีเพื่อนซี้น้อย

แก้ปัญหาได้เอง

มีความห่วงใยเอื้ออาทร

จริงใจ แต่ทำตัวเหมือนไม่เปิดกว้างนัก

มักเสียใจลึก แต่ก็ฟื้นตัวได้เร็ว

เป็นนักจับผิดตัวยง

ชอบสบายกับทางลักมากกว่าทางตรง

ไม่ชอบงอมืองอเท้าพึ่งพาใคร

ยากที่จะคิดไม่ซื่อหรือเอาเปรียบใคร

ชอบช่วยคนด้วยหวังดี แต่มักผิดหวัง

ทะเยอทะยานสูง

รักอาชีพการงานของตน

ทุ่มเทมุ่งมั่นได้แค่ช่วงสั้นๆ

ใจบุญสุนทาน

โอ้อวดตนได้อย่างแนบเนียน

ไม่กลัวลำบาก

ขี้หวงขี้หึง

เข้าใจและยอมรับข้อด้อยของคนอื่นได้

บางครั้งก็ชอบคิดในแง่ลบก่อนแง่บวก

รักง่าย รักร้อนแรง

มักภาคภูมิใจในตนเอง

ถ้าโกรธ ไม่เย็นเหมือนบุคลิกหรอก

คนเกิดปีมะเมีย

คนเกิดปีมะแม

คนเกิดปีวอก

เปิดเผย ไม่เคยมีความลับ

มีกำลังใจเข้มแข็ง

แก้ปัญหาเก่ง ไหวพริบดี

มีหัวใจเสรี

สุภาพ สุขุม ลุ่มลึก

มีไอเดียสร้างสรรค์

มีมุขฮาๆ มาโชว์เสมอ

ละเมียดละไม จริงใจสุดฤทธิ์

มีเสน่ห์ ชวนให้ติดตาม

นิยมความเลิศหรู ดูโดดเด่น

ชอบบริหารเสน่ห์เป็นงานหลัก

ฉลาดแกมโกง

สดชื่น รื่นเริงตลอดปี

ขี้สงสาร ขี้เหงา ขี้อาย

เป็นนักพนัน นักเที่ยว และนักรัก

จัดการเรื่องเงินเก่งมาก

ตัดสินใจช้ามาก

ขี้เล่น อารมณ์ดี ยิ้มตลอด

ฉลาดเฉลียว เอาตัวรอดเก่ง

บ่นเก่งไม่เบา

ปรับตัวเก่ง เข้ากับผู้คนง่าย

เป็นหัวหน้าฝ่ายกิจกรรมได้ดี

เป็นคุณนาย (หรือคุณชาย) สายเสมอ

มีหัวใจอบอุ่น

มีความทะเยอทะยานสูง

ใจกว้าง พร้อมจะให้อภัยเสมอ

เป็นหัวหน้าฝ่ายเอนเตอร์เทนได้สบาย

ชอบให้ยกยอปอปั้น

มักเสียสละเพื่อผู้อื่น

เชื่อมั่นในตัวเองไม่น้อยเลย

ชอบการแสดงออกสุดฤทธิ์

มักเป็นห่วงเป็นกังวล

บางครั้งดูเหลวใหล แต่มีเป้าหมายชีวิต

มีเรี่ยวแรงเหลือเฟือ เหนื่อยยาก

ไม่มีความดันทุรังสูง

คิดเร็ว ตัดสินใจเร็ว

ขี้เบื่อ สมาธิสั้นมาก

อดทนอดกลั้น สุดอัศจรรย์

ตกหลุมรักง่าย หน่ายเร็ว

อดทนน้อย อดกลั้นไม่เก่ง

เจ้าเล่ห์เจ้ากลแนบเนียนมาก

รอบรู้ สนอกสนใจในทุกเรื่อง

โกรธใครเป็นต้องทำหน้าหงิกทันที

สนใจเรื่องเร้นลับ

ไม่แคร์คำติติงวิพากษ์วิจารณ์

รักการเดินทาง ผจญภัย

ปฏิเสธความก้าวร้าวและความรุนแรง

ไม่ปลื้มคนเฉื่อยชาเชื่องช้า

สนุกกับชีวิตมากกว่าจะเอาจริงเอาจัง




Read More......
Template by : kendhin x-template.blogspot.com